วันเสาร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2556

นักแต่งเพลง

1.ดนุพล แก้วกาญจน์


ดนุพล แก้วกาญจน์ (ชื่อเล่น: แจ้) เป็นนักร้องและนักแต่งเพลงชาวไทย เกิดที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2502 จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจาก โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม ตอนปลายจาก โรงเรียนหอวัง เริ่มเล่นโฟล์คซองตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และเป็นนักร้องอาชีพครั้งแรกที่เลิฟคอฟฟี่ช็อป (ชั้น 4 สยามเซ็นเตอร์) จากนั้นก็เล่นที่ "เบิร์ธเดย์" ใต้ถุนโรงหนังเพรสซิเด้นท์ จนกระทั่งเป็นสมาชิกวงแกรนด์เอ็กซ์ ติดต่อให้มาเป็นนักร้องนำของวง แทนจำรัส เศวตาภรณ์ ที่ลาออกไป วงแกรนด์เอ็กซ์ได้รับความนิยมอย่างสูง จนทำให้สถานที่จัดงานพังไปหลายแห่ง เช่น ที่หอประชุมจุฬาฯ เสียหายจากการแสดงคอนเสิร์ต 2 ครั้ง จนต้องปิดซ่อม และไม่ยอมให้วงแกรนด์เอ็กซ์ ใช้สถานที่จัดคอนเสิร์ต อีก หรือโรงละครแห่งชาติ ที่แฟนเพลงอัดแน่นจนกระจกแตก ดนุพล แก้วกาญจน์ ร่วมงานกับ แกรนด์เอ็กซ์ ครั้งแรกในอัลบั้มชุด "เขิน" และไล่เรียงต่อมาอีกหลายชุด ได้แก่ "ผู้หญิง" "GRAND X.O." "บุพเพสันนิวาส" "นิจนิรันดร์" "พรหมลิขิต" "เพชร" "บริสุทธิ์" "ดวงเดือน" จนปี 2527 วงแกรนด์เอ็กซ์ สมาชิกจำนวนหนึ่ง แยกไปทำผลงานวงเพื่อน ส่วนแกรนด์เอ็กซ์ ที่เหลือก็เปลี่ยนชื่อเป็น แกรนด์เอ็กซ์แฟมิลี และมีอัลบั้มออกมาอีกสองชุด คือ "หัวใจสีชมพู" และ "สายใย" ซึ่งเป็นอัลบั้มชุดสุดท้าย ที่ดนุพล แก้วกาญจน์ ทำร่วมกับวงแกรนด์เอ็กซ์

ในปี 2529 ดนุพล แก้วกาญจน์ ได้ออกอัลบั้มเดี่ยวชุดแรก คือ "ฝันสีทอง" และยังได้เปิดค่ายเพลงที่ชื่ออินเทอร์นอลขึ้น มีศิลปินในสังกัด เช่น วงพลอย, ปุ้ม-อรวรรณ เย็นพูนสุข และตั๊ก-ศิริพร อยู่ยอด

ในปี พ.ศ. 2549 ดนุพล แก้วกาญจน์ได้เปิดร้านอาหารชื่อ บ้านแสนรัก อยู่ถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา
ขาเข้าเมือง

2.เรวัต พุทธินันทน์


เรวัต พุทธินันทน์ (เต๋อ เรวัต) เป็นบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งวงการเพลงไทย เป็นโปรดิวเซอร์ นักดนตรี นักแต่งเพลงในตำนาน เป็นผู้ปฏิวัติวงการเพลงไทยให้ไปสู่ยุคทองแห่งความเจริญรุ่งเรือง และผู้ริเริ่มความทันสมัยของดนตรีสมัยใหม่ให้กับประเทศไทย เป็นผู้บุกเบิกแนวเพลงสตริงอันทันสมัยให้กับการเพลงไทย ผู้นำแนวเพลง ร๊อค ป๊อบ แดนซ์ โมเดิร์นแจ๊ส ฟังค์ ฯลฯ เข้ามาเป็นที่นิยมในไทย เป็นผู้มีคุณูปการ มหาศาลแก่วงการเพลงไทย เป็นผู้ปลุกปั้นศิลปินให้มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับ เป็นบุคคลตัวอย่าง แรงบันดาลใจให้กับนักร้องนักดนตรีของเมืองไทย มาจวบจนสมัยนี้ เรวัต เกิด 5 กันยายน พ.ศ. 2491 ที่กรุงเทพ เรวัตเป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวน 6 คน ของนาวาตรีทวีและนางอบเชย พุทธินันทน์ เริ่มการศึกษาที่โรงเรียนอนุบาลละอออุทิศ จบชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล และจบปริญญาตรีจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชีวิตครอบครัว เรวัต สมรสกับ อรุยา สิทธิประเสริฐ เพื่อนจาก คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2517 มีบุตรสาวสองคนคือ สุธาสินี และสิดารัศมิ์ เรวัต พุทธินันทน์ ล้มป่วยด้วยโรคมะเร็ง ได้เดินทางไปรักษาตัวที่สหรัฐอเมริกา เสียชีวิตเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2539 รวมอายุ 48 ปี มีพิธีพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2540

เรวัตหัดเล่นดนตรีตั้งแต่อายุ 11 ปี โดยบิดาบังคับให้เรียนแซกโซโฟน เขากับเพื่อนๆ โรงเรียนเซนต์คาเบรียลตั้งวงดนตรี ชื่อ Dark Eyes ต่อมาเปลี่ยนชื่อวงเป็น Mosrite และเข้าประกวดในงานของสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ ในปี พ.ศ. 2508 และ 2509 ขณะเรียนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ใน พ.ศ. 2510 ได้ร่วมกับเพื่อนตั้งวง Yellow Red (เหลือง-แดง คือสีประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) เพื่อนในวงคนสำคัญคือ ดนู ฮันตระกูล และจิรพรรณ อังศวานนท์

ต่อมาเรวัตได้ร่วมกับเพื่อนจากธรรมศาสตร์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งวง The Thanks รับแสดงตามงานต่างๆ เน้นดนตรีร็อค เรวัตรับตำแหน่งร้องนำและตีกลอง เพื่อนร่วมวงคนหนึ่งคือ กฤษณ์ โชคทิพย์พัฒนา วง The Thanks มีชื่อเสียงได้เล่นสลับกับวงดิอิมพอสซิเบิ้ล ตามไนท์คลับต่างๆ

หลังเรียนจบ เรวัตได้รับการชักชวนให้ร่วมวงดิอิมพอสซิเบิ้ล และเดินทางกับวงไปแสดงที่ฮาวาย สหรัฐอเมริกาและยุโรป ในตำแหน่งนักร้องนำและเล่นคีย์บอร์ด เมื่อวงดิอิมพอสซิเบิลประกาศยุบวง เมื่อ พ.ศ. 2520 เขาตั้งวง โอเรียนเต็ลฟังก์ เล่นดนตรีฟังก์ ร่วมกับวินัย พันธุรักษ์ เล่นประจำที่โรงแรมมณเฑียร และตระเวนเปิดการแสดงในยุโรปและสหรัฐอเมริกา ในระหว่างนั้นเรวัตได้ศึกษาการเขียนเพลงและดนตรีเพิ่มเติม

ในปี พ.ศ. 2526 เรวัตร่วมกับ เพื่อนจากจุฬาฯไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ก่อตั้งบริษัท แกรมมี่ เอนเตอร์เทนเม้นท์ เขาทำหน้าที่ดูแลด้านการผลิตเพลง ใช้เทคนิคการสร้างศิลปินแบบสากล คือขายทั้งความสามารถและภาพพจน์ ทำให้ผลงานของบริษัทประสบความสำเร็จแทบทุกชุด


3.บอย โกสิยพงษ์





บอย โกสิยพงษ์ หรือชื่อจริงคือ ชีวิน โกสิยพงษ์ เกิดเมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2510 เป็นลูกคนกลางในจำนวนพี่น้อง 3 คน ในวัยเด็กบอยมีความสนใจทั้งในด้านดนตรีและการ์ตูนมาก บอยได้เริ่มเรียนเปียโนตั้งแต่อายุ 4 ขวบ และเริ่มแต่งเพลงประกอบการ์ตูนที่เขียนขึ้นเองตั้งแต่อยู่ชั้นประถมปีที่ 6 บอยจบการศึกษามัธยมจากโรงเรียนเซนต์ดอมินิกและต่อมาจบการศึกษาด้านการแต่งเพลง และธุรกิจเพลงจากมหาวิทยาลัย UCLA (University of California at Los Angeles) ประเทศสหรัฐอเมริกา

เมื่อจบการศึกษา บอยได้เริ่มทำงานเป็นนักแต่งเพลงอิสระที่ทำงานให้ทั้งศิลปินเพลง และเพลงประกอบโฆษณา จนกระทั่งได้ร่วมงานกับ สุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์ ที่ต่อมาเขาได้ร่วมก่อตั้งบริษัท เบเกอร์รี่ มิวสิก ขึ้นมาในปี พ.ศ. 2537 ร่วมกับ สุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์ สมเกียรติ อริยชัยพาณิชย์ และ สาลินี ปันยารชุน โดย บอย มีหน้าที่หลักในด้านแต่งเพลงและทำดนตรี

บริษัทเบเกอรี่มิวสิค เติบโตเรื่อยมาจนกระทั่งประสบปัญหาทางการเงินจนต้องเข้าร่วมกิจการกับบริษัทบีเอ็มจีมิวสิก (ประเทศไทย) และภายหลังในปี พ.ศ. 2547 บริษัทแม่ของบีเอ็มจีที่ต่างประเทศได้ควบรวมกิจการกับบริษัทโซนีมิวสิก ส่งผลให้บริษัทเบเกอร์รี่มิวสิกที่เข้าร่วมกิจการกับบริษัทบีเอ็มจีมิวสิก (ประเทศไทย) ต้องเข้าร่วมกับบริษัทโซนีมิวสิก (ประเทศไทย) ไปโดยปริยาย และเบเกอร์รี่มิวสิก ต้องกลายเป็นค่ายเพลงย่อยของโซนี่มิวสิก ผู้บริหารของเบเกอร์รี่มิวสิกรวมถึงบอยเองจึงลาออกจากเบเกอร์รี่มิวสิก ต่อมาบอยและสุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์ ได้ร่วมก่อตั้งค่ายเพลงใหม่ขึ้นมาภายใต้ชื่อ เลิฟอีส แต่ต่อมาค่ายเพลงเลิฟอีส ได้ปรับมาเป็นบริษัทโปรดักชั่นเฮ้าส์

ในด้านชีวิตส่วนตัว บอย โกสิยพงษ์ ได้สมรสกับ วรกัญญา โกสิยพงษ์ และมีลูกสาวด้วยกันสองคน คือ ดีใจ โกสิยพงษ์ และ ใจดี โกสิยพงษ์ ในด้านการนับถือศาสนาบอยนับถือศาสนาคริสต์




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น